Home > Web design > web 2.0 design ***

web 2.0 design ***

เรามาดูกันเถอะว่า ส่วนประกอบของดีไซน์ยุคใหม่นั้นมีอะไรกันบ้าง

  1. เรียบง่าย

    ความเรียบง่ายหมายถึงการใช้จำนวน pixel ตามที่ต้องใช้เพื่อให้สื่อสารสิ่งที่ต้องการให้ได้และในการสื่อสารนั้นก็ประกอบไปด้วย ข้อมูลหลัก hard data และ เนื้อหาที่ซ่อนอยู่ soft information

    ตัวอย่างของข้อมูล

    • Hard data – ข้อมูล สาระ เนื้อหาสำคัญที่ต้องการจะสื่อ เช่น ข่าว ราคาสินค้า ตารางเวลารถไฟ
    • Soft Information – ความรู้สึก บรรยกาศของหน้าเว็บ เปรียบเทียบได้กับความรู้สึกเมื่อแรกพบของผู้ชมที่มีต่อเว็บ ว่าน่าไว้ใจแค่ไหน จะเหมาะสมกับผู้ใช้หรือไม่

    ตัวอย่างที่ดี

  2. ดี เพราะ ละเอียด ตื่นตา น่าสนใจ แต่ก็เรียบง่ายในขณะเดียวกัน

    ตัวอย่างที่ไม่ดี



    ไม่ดี เพราะ ยุ่งเหยิง มีขีดเส้นมากมายที่ไม่ได้ช่วยเป็นส่วนประกอบในการสื่อสาร หาเมนูได้ยากไม่โดดเด่น มีลายเส้นที่เบี่ยงเบนความสนใจของสายตามากไป

  3. เนื้อหาอยู่กึ่งกลาง

    จากที่เคยกล่าวถึงไปเมื่อบทความก่อนหน้านี้ evolution of css layout ว่าหน้าเว็บในปัจจุบันเริ่มถูกออกแบบให้มีเนื้อหาอยู่กึ่งกลาง ตอนนี้เราก็สรุปได้แล้วว่าการวางเนื้อหาไว้ตำแหน่งกลางหน้าเว็บนั้น เป็นหลักการออกแบบที่ดีของดีไซน์ยุค 2.0

    ซึ่งเหตุผลก็คือ การวางเนื้อหาไว้กึ่งกลางหน้าเว็บนั้น สามารถแสดงถึงความเรียบง่าย และตรงไปตรงมาได้ และจากการที่เราใช้จำนวน pixel อย่างประหยัดทำให้เราไม่ถูกกดดัน ให้ยัดเยียดเนื้อหาจำนวนมาก ไว้ในพื้นที่เล็กๆ เราสามารถสื่อได้มากกว่าจากความเรียบง่าย และเหตุผลเดียวที่เราอาจจะไม่เลือก ที่จะออกแบบเนื้อให้อยู่กึ่งกลางหน้าเว็บ คือ กรณีที่เราต้องการยัดเนื้อหาไว้ในหน้าเว็บเยอะๆ อย่างเช่น หน้าเว็บของ web application

  4. น้อยคอลัมน์

    เมื่อไม่กี่ปีก่อนเราจะเห็นหลายๆเว็บแบ่งเนื้อหาในหน้าเว็บเป็น 3-4 คอลัมน์ แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่จะใช้แค่ 2 คอลัมน์ หรืออย่างมากก็ 3 เข้าข่ายยิ่งน้อยยิ่งดี ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่จัดให้หน้าเว็บอยู่กึ่งกลางจอด้วย ทำให้เราไม่ต้องบรรจุเนื้อหาให้เต็มหน้าจอ และเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้คอลัมน์จำนวนมากในการสื่อสาร แค่ใช้คอลัมน์ที่จำเป็น ที่ได้เลือกและคัดสรรค์มาแล้ว ทำให้เรียบง่ายกว่า ตรงไปตรงมา และสื่อสารได้มีประสิทธิภาพมากว่า

    ตัวอย่างที่ดี


    ดี เพราะ คอลัมน์ที่เลือกใช้ เป็นคอลัมน์ที่ได้คัดสรรค์เลือกมาอย่างดีแล้ว ว่าคอลัมน์นั้นๆเป็น คอลัมน์ที่จำเป็นต้องมี

    ตัวอย่างที่ไม่ดี


    ไม่ดี เพราะ แต่ละคอลัมน์ไม่มีอะไรโดดเด่นขึ้นมา ทำให้ไม่สามารถกำหนดได้ว่าควรจะมองที่ตรงไหนก่อน ทุกคอลัมน์มีความสำคัญเท่ากันหมดซึ่งทำใหดูกลืนเข้าไปในหน้าเว็บ

    ตัวอย่างที่ใช้หลายคอลัมน์ได้


    ที่สามารถใช้ได้หลายคอลัมน์เพราะแต่ละคอลัมน์ได้ถูกออกแบบ แยกสัดส่วนมาอย่างชัดเจน ว่าด้านซ้ายเป็นเมนู ตรงกลางเป็นสินค้าซึ่งถูกแบ่งโดยช่องว่าง ทำให้ไม่ดูรกตา

  5. แยกส่วนหัวของหน้าเว็บอย่างชัดเจน

    หมายถึงการทำให้ส่วนหัวของหน้าเว็บซึ่งหมายถึงส่วนโลโก้และเมนู โดดเด่นขี้นมาจากส่วนอื่นๆ

    เทคนิคนี้ไม่ใช่อะไรที่ใหม่ มีการประยุกต์ใช้มานานแล้ว เพราะเป็นเทคนิคที่ดี แต่ปัจจุบันมีการนำมาใช้มากขึ้นเป็นพิเศษ และได้มีการแบ่งสัดส่วนอย่างขัดเจนมากขึ้นดังเช่นตัวอย่างต่อไปนี้



    การแบ่งสัดส่วนหัวของหน้าเว็บไว้อย่างชัดเจนนั้นดีตรงที่ ได้แบ่งสัดส่วนให้แน่ชัดว่าส่วนไหนคือส่วนเริ่มของหน้าเว็บ ซึ่งเป็นการเน้นหลักการดีไซน์สไตล์ยุค 2.0 ที่ต้องการแสดงเนื้อหาอย่างหนักแน่น เรียบง่ายและตรงไปตรงมา

    และการแยกส่วนหัวของหน้าเวปนั้นสามารถทำได้หลายวิธีเช่น ใช้สีที่โดดเด่นแตกต่างจากเนื้อหาที่เหลือดังเช่นตัวอย่างข้างต้น หรือจะใช้เส้นขีดแบ่งดังตัวอย่างต่อไปนี้ก็ได้


    หรือจะแค่วางโลโก้ไว้ข้างนอกเนื้อหาดังตัวอย่าง

  6. แยกส่วนต่างๆของหน้าเว็บอย่างชัดเจน

    ส่วนต่างๆของหน้าเว็บประกอบไปด้วย

    • เมนู
    • พื้นหลัง
    • เนื้อหา
    • ส่วนอื่นๆ
    • ลิงค์

    การที่จะจัดกลุ่มแบ่งแยกส่วนต่างๆได้อย่างชัดเจนที่สุดคือการเล่นสี


    แต่การใช้ช่องว่างก็สำคัญไม่แพ้กัน

    ข้อควรระวังของการเล่นสีคือ สีสรรคต่างๆจะดึงดูดความสนใจไปจากเนื้อหาที่สำคัญ ดังนั้นการวางเนื้อหาลงบนผืนผ้าใบที่ขาวสะอาดจะช่วยให้ผู้ชมรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

  7. เมนูเรียบง่าย

    เมนูหลักของหน้าเว็บควรมีสักษณะโดดเด่น สังเกตุเห็นและมองออกได้ง่ายว่าเป็นเมนู โดยการใช้ font ที่หนาใหญ่สะอาดและชัดเจน รวมถึงลิงค์ต่างๆในเนื้อหาควรดูโดดเด่นแตกต่างจากเนื้อหาที่เหลือ

    เพราะ เราต้องการให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซด์ของเราบอกได้ว่าส่วนไหนเป็นเมนู เพื่อให้รับทราบถึงข้อมูลต่างๆว่า

    • ตอนนี้อยู่ที่จุดไหนแล้ว
    • สามารถไปที่ไหนได้อีก
    • แสดงทางเลือกต่างๆให้ชัดเจน

    เราสามารถทำให้เมนูดูโดดเด่นได้โดย

    • แยกส่วนออกมาจากเนื้อหา
    • ทำให้ดูแตกต่าง โดยใช้โทนสี และรูปร่าง
    • ใช้ตัวใหญ่และหนา
    • ใช้ภาษาที่ชัดเจนและเป็นสากลเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

    สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ลิงค์และเมนูดูโดดเด่นแตกต่างจากเนื้อหาส่วนที่ไม่ได้เป็นลิงค์

  8. โลโก้ตัวหนา

    สอดคล้องไปกับหลักการดีไซน์ยุค 2.0 เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนและหนักแน่น

    ตัวอย่างโลโก้ดังต่อไปนี้เป็นขนาดจริง สังเกตุได้ว่าขนาดจะค่อนข้างใหญ่

    คุณสมบัติของโลโก้

    • แสดงออกให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน
    • จำได้ง่ายและแตกต่าง
    • เป็นตัวแทนภาพลักษณ์
  9. ตัวอักษรตัวใหญ่

    เว็บดีไซน์ยุค 2.0 มีการใช้ตัวอักษรตัวใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับเว็บสไตล์เก่าๆ การที่เราไม่ได้พยายามยัดเยียดเนื้อหาทำให้เรามีพื้นที่มากขึ้น และทำให้สามารถที่จะเลือกทำให้สิ่งสำคัญมีขนาดใหญ่กว่าสิ่งที่ไม่สำคัญ ซึ่งตัวอย่างการใช้งานที่ผ่านมาได้แก่การใช้ตัวอักษรใหญ่สำหรับหัวข้อต่างๆ

    การใช้ตัวอักษรตัวใหญ่ทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนสายตาสั้น ผู้อ่านที่อ่านผ่านๆ ผู้คนที่นั่งห่างไกลจากจอ หรือผู้ใช้จอ LCD ภายใต้แสงแดด



    ถึงกระนั้นเราก็ควรมีเหตุผลในการกำหนดว่าส่วนไหน ควรจะใช้ตัวอักษรตัวใหญ่ ให้ใช้เฉพาะกับส่วนที่สำคัญ เพื่อกำหนดความโดดเด่นหลังจากที่ได้เคลีย พื้นที่แล้ว ไม่ใช่สักแต่ว่าทำให้ดูใหญ่ไปหมด จะทำให้ดูรก และไม่ได้ผล ถ้าต้องการจุเนื้อหาที่มีความสำคัญพอๆกัน จำนวนมากควรคงขนาดตัวอักษรให้ตัวเล็กเท่าๆกัน

  10. ตัวอักษรแนะนำตัวหนา

    เป็นการสื่อข้อความหลักของเนื้อหา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตัวอักษรกราฟฟิกมากกว่าตัวอักษรธรรมดา เนื่องจากนักออกแบบต้องการจะควบคุมสิ่งที่หน้าเว็บต้องการจะสื่ออย่างชัดเเจน


    แนะนำให้ใช้เมื่อเป็นสโลแกนหลักเท่านั้น

  11. สีสันสดใส

    สีสันที่สดใสมีคุณสมบัติในการดึงดูดสายตา เราสามารถใช้สีที่ตัดกันแบ่งส่วนต่างๆของหน้าเว็บ หรือกำหนดให้ส่วนที่สำคัญดูโดดเด่นขึ้นมาได้


    แต่ก็ควรระวังไม่ใช้สีสดเกินไปล้อมรอบเนื้อหา เพราะจะทำให้สายตาถูกดึงหนีไปจากเนื้อหาหลัก ดังเช่นตัวอย่างต่อไปนี้


    แล้วก็อย่าลืมว่าการที่จุดนึงในหน้าเว็บจะดึงดูดสายตาได้ด้วยสีสันที่สดใส สีในจุดอื่นๆก็ควรจะอ่อนลงตามความสำคัญ มิฉะนั้นจะทำให้หน้าเว็บดูสับสนและยุ่งเหยิง

  12. มีลูกเล่นบนพื้นผิว

    ลูกเล่นต่างๆบนพื้นผิวไม่ว่าจะเป็นการเล่นแสงเงาหรือการไล่สีให้เป็นสามมิติเล็กน้อย ทำให้ภาพกราฟฟิคต่างๆดูเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยและดูเสมือนวัตถุจริง ไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนไฟเบอร์


    หรือพลาสติกเงา

    เทคนิคนี้จะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อเราทำให้หน้าเว็บมีส่วนที่เป็นสามมิติเพียงเล็กน้อยเพื่อเน้นความโดดเด่นเท่านั้น การทำให้ทุกอย่างเป็นสามมิติไปหมดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะจะลดความเด่นของสิ่งที่เราต้องการที่จะเน้น และทำให้โหลดช้า

  13. ไล่เฉดสี

    การไล่เฉดสีสามารถ สร้างมิติ และ กำหนดบรรยากาศของหน้าเว็บได้


    มีการนำมาใช้ให้ดูเป็นเงา หรือนำมาใช้บนปุ่มเมนู

  14. เงาสะท้อน

    มีหลักๆอยู่ 2 แบบคือ

    • เงาสะท้อนบนพื้นผิวของตัววัตถุเอง
    • และเงาสะท้อนบนพื้นผิวที่วัตถุวางอยู่

    หรือจะนำมาประยุกต์ใช้ให้วัตถุมีเงาสะท้อนบนกลับไป บนพื้นผิวของตัววัตถุเอง ก็จะได้ภาพกราฟฟิคที่น่าสนใจและสวยงาม

  15. Icon น่ารัก

    ไอคอนต่างๆมีบทบาทมากขึ้นในดีไซน์ยุค 2.0 ปัจจุบันเราเลือกที่จะใช้ไอคอนจำนวนน้อยลง แต่มีความหมายมากขึ้น

    การใช้ไอคอนจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อมองออกได้ง่าย และสื่อสารความหมายได้อย่างชัดเจน

    ในอดีตได้มีการใช้ไอคอนมากเกินไป เช่นใช้กับทุกเมนูที่มี ซึ่งปัจจุบันเรานิยมที่จะใช้ตัวอักษรที่สื่อความหมาย ได้อย่างชัดเจนกว่าและไม่ทำให้หน้าเว็บรกไปด้วยไอคอน

    เราจะนำไอคอนมาใช้ในจุดที่สำคัญเท่านั้น

  16. ป้ายดาว

    ควรใช้เพื่อดึงดูดสายตาไปยังสิ่งที่สำคัญจริงๆเท่านั้น และไม่ควรใช้เกิน 1 ดาวต่อ 1 หน้า



ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่จำเป็นต้องใช้หลักการพวกนี้ทั้งหมด เพื่อให้เว็บมีหน้าตาเป็น 2.0 และการใช้หลักการออกแบบดังกล่าว ก็ไม่สามารถทำให้หน้าเว็บ มีรูปแบบที่ดีเสมอไป แต่การออกแบบหน้าเว็บให้มีความเหมาะสม และพอดีกับเนื้อหา และสิ่งที่ต้องการจะสื่อต่างหากที่สำคัญ

แปลและอ้างอิงจาก http://www.webdesignfromscratch.com/web-2.0-design-style-guide.cfm

Related Articles

Share
Categories: Web design
Tags:

About the author

จบการศึกษาโดยตรงทางด้านไอทีจาก SIIT, TU และปริญญาโทที่มหาวิทยลัย Monash กรุงเมลเบรินประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจรับทำเว็บไซด์และเว็บแอ๊บพลิเคชั่น http://www.melbournebusinessonline.com.au ซึ่งเน้นการพัฒนาเว็บไซด์อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อธุรกิจ SME โดยใช้ระบบ CMS พร้อมด้วย organic SEO ความสามารถ: xhtml, css, eclips, opencms, redmine ปัจจุบันสนใจการสร้างโมเดลสามมิติ

Website : http://www.melbournebusinessonline.com.au

Facebook : http://www.facebook.com/pattarawan

Twiter :


  1. Plankton
    November 14th, 2007 at 08:53 | #1

    ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์ๆ:d/

  2. November 14th, 2007 at 10:39 | #2

    great content. I like it.:d

  3. November 18th, 2007 at 20:30 | #3

    เยี่ยมครับ บทความนี้ :”>

  4. November 21st, 2007 at 11:39 | #4

    ช่วยกันศึกษาและพัฒนาเว็บไทยสู่ 2.0 กันดีกว่าครับ ตอนนี้ http://www.sanook.com กับ http://www.kapook.com เริ่มแล้ว

  5. December 10th, 2007 at 15:24 | #5

    สุดยอดครับพี่อัฐ ว่าแต่ว่า ลบชื่อผมทำไมคับ รีบแอดมาด่วน ๆ :-w

  6. RookieDZ
    December 11th, 2007 at 10:28 | #6

    ขอบคุณคับสำหรับบทความ

  7. December 29th, 2007 at 17:30 | #7

    บทความที่ดี สำหรับคนที่จะพัฒนา 2.0 ท่าทางได้เวลาเปลี่ยนแปลงเวบไซต์ขนานใหญ่ล่ะ :d

  8. January 11th, 2008 at 07:07 | #8

    ขอบคุณมากๆๆคับ เขียนได้ละเอียดจิงๆ

  9. magic
    January 12th, 2008 at 17:04 | #9

    ขอบคุณนะคะ กำลังจะพัฒนาพอดีเลย

  10. BoMb_Za’
    January 15th, 2008 at 14:21 | #10

    ขอบคุณมากครับที่ให้ความรู้ รู้สึกว่าได้อะไรไปเยอะมากๆเลย

  11. โอ๊กครับ
    March 27th, 2008 at 07:46 | #11

    font ไทยของ divland ใช้อะไรหรอครับ สวยจัง

  12. March 27th, 2008 at 10:21 | #12

    ฟ้อนธรรมดาครับ Tahoma 14px ครับ ถ้าเล็กกว่านี้ใช้ Microsoft Sanserif จะดีกว่า ลองนึกถึงว่าให้อ่านง่ายสบายตาเป็นหลักครับ :)

  13. April 4th, 2008 at 13:52 | #13

    ผมใช้บอร์ดของ smf อยู่ครับ ผมอยากนำ หัวข้อโพสล่าสุดออกมาไว้หน้าแรกของเว็บ ผมจะเรียก โค้ดตัวไหนครับ ช่วยบอกทีครับ:((:((:((

  14. Sutee
    May 2nd, 2008 at 20:06 | #14

    ผมอยากรู้ว่ามันมีแนวทางในการพัฒนาไปสู่เว็บ 2.0 อย่างไรบ้าง

  15. May 2nd, 2008 at 21:18 | #15

    เชื่อมคนเข้าไว้ด้วยกันครับ

  16. divland’s fan
    May 6th, 2008 at 10:05 | #16

    ผมว่า http://www.sanook.com กับ http://www.kapook.com พยายามทำตัวเป็น web 2.0 แต่ผมว่า เค้ายังไม่ได้ถึง 1.5 เลย อย่างในบทความนี้ แค่ข้อแรก เค้าก็ไม่ผ่านแล้ว ไม่รู้มีอะไรเต็มหน้าไปหมด ยัดเข้าไป เปิดมาไม่รู้จะเริ่มอ่านจากตรงไหนก่อน

  17. May 6th, 2008 at 10:40 | #17

    สำหรับ เว็บ portal แล้ว หน้าแรกเป็นขุมทรัพย์ ครับ เพราะคนมักไม่คลิกไปดูข้างใน เลยต้อง ยัดเนื้อหาลงหน้าแรก จนเต็มไปหมด และเพิ่มตำแหน่งโฆษณา ด้วย

  18. May 8th, 2008 at 17:30 | #18

    just a design of web 2.0
    not theory

  19. MaKoTo
    June 3rd, 2008 at 16:00 | #19

    เป็นเว็บที่ดีมากคับให้ความรู้ได้ดีมากสำหรับคนที่ยังไม่ค่อยเป็น CSS

  20. June 6th, 2008 at 11:06 | #20

    เป็นบทความที่ดีมากครับ สามารถนำไปใช้ได้เลยนะเนี่ย

  21. August 5th, 2008 at 23:51 | #21

    ขอบคุณหลายๆ เด้อ “ไอ้นาย” … เราได้ความรู้ประดับสติปัญญาหลาย ขอจงเจริญ ชีวิตดี ครอบครัวมีสุขนะ :x

  22. October 7th, 2008 at 23:36 | #22

    ได้ประโยชน์มากๆเลย ขอบคุณครับ

  23. Arts
    November 5th, 2008 at 10:48 | #23

    ขอบคุณครับ เนื้อหาดี

  24. saru
    November 11th, 2008 at 14:29 | #24

    ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆ นะคะ กำลังฝึก Css อยู่ค่ะ:)>-

  25. February 4th, 2009 at 23:46 | #25

    เป็นบทความที่ดีครับ อ่านแล้วเพลิน สมองแล่นตามเลย ;)

  26. February 5th, 2009 at 01:21 | #26

    เนื้อหาแน่นมาก ได้ความรู้เยอะเลย ขอบคุณมากครับ :d

  27. March 1st, 2009 at 23:32 | #27

    สุดยอดครับ ภาพประกอบยอดเยี่ยม เห็นกระจ่างเลย ว่าเว็บตัวเองเป็นยังไง

  28. Maxxx
    March 27th, 2009 at 11:22 | #28

    ขอบคุณนะครับ เขียนออกมาได้กระจ่าง และมีรูปภาพประกอบทำให้เห็นภาพเลย:)

  29. April 3rd, 2009 at 22:14 | #29

    สวยงามมากครับ ข้อมูลแน่นปึกเลย :d/

  30. July 20th, 2009 at 09:35 | #30

    เจ๋งดีครับของคุณครับ ละเอียดดี เป็นประโยชน์มากครับ :D :)

  31. September 17th, 2009 at 15:02 | #31

    มาเก็บความรู้ค่ะ

  32. November 5th, 2009 at 04:46 | #32

    สวยงามมาก Idea สุดยอด

  33. Batholomu
    November 5th, 2009 at 06:07 | #33

    ขอบคุณมากครับ กำลังทำเว็บไซท์อยู่ครับ แต่ตอนนี้เริ่มจะปวดหัวและ แต่งไปแต่งมามันก็ยิ่งรกขึ้น ดูแคบไปหมด -*- ได้มาอ่านอย่างนี้แล้วอันเก่าจาลบไปเลยครับ เหอๆๆๆ ไอเดียใหม่มาแว้ว ขอบคุณมากนะคับ

  34. omyim
    November 26th, 2009 at 10:20 | #34

    ขอบคุณจริงๆ :d

  35. December 6th, 2009 at 16:08 | #35

    แนวนี้ชอบมากเลยครับ

  36. December 6th, 2009 at 16:09 | #36

    ข้อมูลดีๆแบบนี้หามาบอกกันเรื่อยๆนะครับ

  37. December 21st, 2009 at 02:58 | #37

    ขอบคุณครับ อ่อนดีไซน์พอดี :d

  38. April 20th, 2010 at 21:38 | #38

    วันนี้ขอเบิ้ล 2 บทความเลยครับ ว่างๆ มานั่งอ่านบทความเพลินๆ

    อ่านแล้วได้ไอเดียใหม่ๆ เพียบเลยครับ

    ขอบคุณอีกครั้งครับ
    วิท (http://www.tutorpoint.net)

  39. May 17th, 2010 at 17:36 | #39

    http://www.webdesignfromscratch .com

    แปลให้ครบทุกบทหน่อยครับ ชอบ:d

  40. July 7th, 2010 at 23:52 | #40

    ท่านเว็บมาสเตอร์ ความสามารถเยอะจริงๆ ค่ะ

  41. ctam
    July 18th, 2010 at 11:11 | #41

    เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ:)

  42. August 3rd, 2010 at 20:35 | #42

    ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ มีประโยชน์มาก ๆ เลย :(:d

  43. September 30th, 2010 at 11:34 | #43

    มีประโยชน์มากครับ

  44. October 12th, 2010 at 12:11 | #44

    ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ:)>-

  45. January 18th, 2011 at 13:51 | #45

    แต่บางที ธีมมันบังคับให้เว็บบล็อกดูไม่ค่อยสวย ไม่ค่อยมีระเบียบอยู่ดีอ่ะ

  46. April 17th, 2011 at 00:58 | #46

    เป็นบทความที่ดีจริงๆครับ เห็นภาพความแตกต่างชัดเจนเลย

  47. February 17th, 2012 at 13:02 | #47

    ได้ความรู้มากเลยครับ จะนำไปพัฒนากับเว็บตัวเองหน่อย ขอบคุณสำหรับบทความดีๆแบบนี้น่ะครับ

  48. October 30th, 2012 at 12:18 | #48

    ได้แนวคิดในการสร้างเว็ปใหม่

  49. March 2nd, 2013 at 00:09 | #49

    ขอบคุณมากครับ
    web2.0 concept เรียบหรู ดูดี

  1. January 26th, 2012 at 15:09 | #1